Monday, December 21, 2015
ผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์ นักลงทุนก็ต้องมีวิสัยทัศน์
Saturday, December 19, 2015
Steve job
เวลาของคุณมีจำกัด จงอย่าเสียเวลาใช้ชีวิตตามแบบคนอื่น อย่าติดอยู่ในความเชื่อซึ่งทำให้คุณใช้ชีวิตตามผลของความคิดของผู้อื่น อย่ายอมให้เสียงความคิดของผู้อื่นมากลบเสียงที่อยู่ภายในตัวคุณ และที่สำคัญที่สุดคือ คุณต้องมีความกล้าที่จะทำตามหัวใจปรารถนาและสัญชาติญาณของคุณ
แอปเปิ้ลคือจอบส์ จอบส์คือแอปเปิ้ล ทั้งคู่เป็นหนึ่งเดียวกัน
หลักการพนัน
สมการของกำไรคาดหวัง : Expected profit = (probability x gain) – (probability x loss)
Probability คือ ความน่าจะเป็นที่จะเหตุการณ์ ในกรณีนี้คือโอกาสที่จะได้กำไรหรือขาดทุน
Gain คือ ถ้าได้กำไรจากวางเงินเดิมพันครั้งนี้จะได้เท่าไร กี่เปอร์เซนต์ของเงินเดิมพัน
Loss คือ ถ้าขาดทุนจากการวางเงินเดิมพันครั้งนี้จะเสียเท่าไร กี่เปอร์เซ็นต์ของเงินเดิมพัน
กำไรคาดหวัง คือผลรวมของกำไรหรือขาดทุนที่ได้จากทุกเหตุการณ์ที่น่าจะเกิดขึ้นทั้งหมด ถ้าเป็นบวกแสดงว่ามีโอกาสได้กำไรมากกว่าขาดทุน ถ้าเป็นลบแสดงว่ามีโอกาสขาดทุนมากกว่าได้กำไร โดยจะเห็นผลชัดเจนยิ่งขึ้นในระยะยาวที่มีการเดิมพันซ้ำหลายรอบ
ยกตัวอย่างการทอยเหรียญ – กำหนดให้การทอยเหรียญถ้าออกหัวได้เงิน 2 บาทต่อเงินเดิมพัน 1 บาท (ได้ 2 เท่า) แต่ถ้าออกก้อยเสียเงิน 1 บาทต่อเงินเดิมพัน 1 บาท (เสียหมดเลย) โดยความน่าจะเป็นที่จะออกหัวหรือก้อยเท่ากันคือ 50:50 การทอยเหรียญครั้งนี้จะมีค่ากำไรคาดหวังเป็นบวก ผมจะแสดงวิธีคิดให้ดูนะครับ
กำไรคาดหวัง = (2 x 0.5) – (1 x 0.5) = 0.5 บาทต่อเงินเดิมพัน 1 บาท คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ต่อเงินเดิมพันได้ +50 เปอร์เซ็นต์ต่อเงินลงทุน จัดว่าการทอยเหรียญนี้เป็นการเดิมพันที่น่าลงทุนมาก (สังเกตุนะครับ...ผมใช้คำว่าลงทุน)
ถึงตรงนี้หลายคนจะมองว่า...ถึงกำไรคาดหวังเป็นบวกแต่ยังมีความเสี่ยงที่จะเสียเงินทั้งหมดอยู่ดี เช่น ถ้าเรามีเงิน 10 บาท แล้วลงเงินเดิมพันทั้งหมด 10 บาทในครั้งเดียว โอกาสที่เราจะสูญเงินทั้งหมดที่มีสูงถึง 50 เปอร์เซ็นต์
เพราะอะไรการเดิมพันที่กำไรคาดหวังเป็นบวกถึงเป็นการลงทุนครับ...ผมจะยกตัวอย่าง 2 ตัวอย่างนะครับ
กรณีที่ 1 เรามีเงิน 10 บาทแล้วเราลงเงินเดิมพันทีละ1 บาท 10 กองพร้อมกัน
- โอกาสที่เราจะสูญเสียเงินทั้งหมดในการเดิมพันแบบนี้ = 0.5 ยกกำลัง 10 = 0.000976 ขอปัดเศษเป็นตัวเลขกลมๆ = 0.001 นั่นคือโอกาสสูญเสียเงินทั้งหมดมีแค่น้อยกว่า 1 ในพัน ซี่งนับว่าน้อยมาก
- โอกาสที่น่าจะเกิดมากกว่าคือ ออกหัว 5 เหรียญและออกก้อย 5 เหรียญ (เพราะความน่าจะเป็น 50 : 50 อาจจะมีหัวหรือก้อยมากกว่านิดหน่อย) เราจะได้ผลลัพธ์ดังนี้ = (5 x 2) – (1 x 5) = 5 บาทต่อเงินเดิมพัน 10 บาทที่แบ่งเป็น 10 กองแล้วเดิมพันพร้อมกัน คิดเป็นผลตอบแทน 50 เปอร์เซ็นต์ต่อเงินเดิมพัน จะเห็นได้ว่าแม้ว่าโอกาส 50 : 50 แต่ด้วยกำไรคาดหวังที่เป็นบวกเราจะยังได้กำไรอยู่ดี
- โอกาสที่เลวร้ายที่น่าจะพอเกิดขึ้นได้แต่ไม่มากคือ ออกหัว 3 เหรียญและออกก้อย 7 เหรียญ ลองมาคิดผลตอบแทนกรณีนี้ดูนะครับ = (3 x 2) – (7 x 1) = -1 นั่นคือเสีย 1 บาทต่อเงินเดิมพัน 10 บาท คิดเป็นขาดทุน 10 เปอร์เซ็นต์ต่อเงินเดิมพัน จะเห็นได้ว่าเหตุการณ์จะต้องไม่ปกติถึงเราจะขาดทุน และการขาดทุนนั้นจะไม่มากจนกระทั่งเราหมดตัว
กรณีที่ 1 สรุปว่า...เราใช้การแบ่งเงินเดิมพันเป็นหลายกอง ยิ่งหลายกองโอกาสหมดตัวยิ่งน้อยลง จากการที่เรากระจายความเสี่ยงแบบแบ่งกองในการเดิมพัน และยิ่งกองจำนวนมากเท่าไร สัดส่วนหน้าเหรียญที่ออกจะใกล้เคียงกับความน่าจะเป็นของผลการทอยเหรียญเท่านั้น
กรณีที่ 2 เรามีเงิน 10 บาทแล้วลงเงินเดิมพันทีละ1 บาทต่อครั้ง
- โอกาสที่เราจะสูญเสียเงินทั้งหมดในการเดิมพันแบบนี้ = 0.5 ยกกำลัง 10 ...นั่นคือโอกาสสูญเสียเงินทั้งหมดมีแค่น้อยกว่า 1 ในพัน ซี่งนับว่าน้อยมาก (วิธีคิดจะเหมือนตัวอย่างข้างบนครับ) นั่นคือต้องออกก้อย 10 ตารวด
- โอกาสที่น่าจะเกิดมากกว่าคือ ออกหัว 5 เหรียญและออกก้อย 5 เหรียญ แต่ลำดับผลลัพธ์และรูปแบบจะแตกต่างกันไปเนื่องจากทอยทีละเหรียญ เหตุการณ์แต่ละเหตุการณ์จะเป็นอิสระต่อกัน (เพราะความน่าจะเป็น 50 : 50 อาจจะมีหัวหรือก้อยมากกว่านิดหน่อย) เราจะได้ผลลัพธ์ดังนี้ = (5 x 2) – (1 x 5) = 5 บาทต่อเงินเดิมพัน 10 บาทที่แบ่งเป็น 10 กองแล้วเดิมพันพร้อมกัน คิดเป็นผลตอบแทน 50 เปอร์เซ็นต์ต่ดเงินเดิมพัน จะเห็นได้ว่าแม้ว่าโอกาส 50 : 50 แต่ด้วยกำไรคาดหวังที่เป็นบวกเราจะยังได้กำไรอยู่ดี
กรณีที่ 2 สรุปว่า...เราใช้การแบ่งเงินเดิมพัน ลงเดิมพันทีละกองแต่ทยอยลงหลายครั้ง ยิ่งเดิมพันหลายครั้งยิ่งโอกาสหมดตัวยิ่งน้อยลง จากการที่เรากระจายความเสี่ยงแบบค่อยๆทยอยลงเงินในการเดิมพัน และยิ่งจำนวนครั้งของการเดิมพันมากเท่าไร สัดส่วนหน้าเหรียญที่ออกจะใกล้เคียงกับความน่าจะเป็นของผลการทอยเหรียญเท่านั้น
ทั้ง 2 กรณีเป็นการยกตัวอย่างในการบริหารหน้าตักเงินทุนเพื่อลดความเสี่ยงจากการเดิมพันเงินทั้งหมดเพียงครั้งเดียว
แม้ว่าการลงเงินเดิมพันทั้งหมด 10 บาทจะมีโอกาสที่เราจะหมดตัว 50 เปอร์เซ็นต์ก็ตาม แต่ด้วยกำไรคาดหวังที่เป็นบวกและการบริหารจัดการหน้าตักที่ดี (Money Management) การทอยเหรียญนี้จะเป็น “การลงทุน”
Thursday, December 17, 2015
Ray Dalio Principles
Ray Dalio Principles
หลักการปฎิบัติของ Ray Dalio
- I remained wary about being overconfident, and I figured out how to effectively deal with my not knowing. I dealt with my not knowing by either continuing to gather information until I reached the point that I could be confident or by eliminating my exposure to the risks of not knowing.
กฎข้อที่ 1 -- "อย่าคิดว่าเราจะคาดการณ์ถูก"
ไม่มีคนไหนที่จะเก่งคาดการณ์แม่นยำถูกต้อง 100% แม้คนที่อยู่ในตลาดมานานกว่า 20 ปี ทำกำไรในตลาดได้เสมอ ก็มีโอกาสพลาด ดังนั้น ให้เราคิดเสมอว่า "เราพลาดได้" เพื่อที่ว่าเราจะได้เตรียมแผนสำรอง ถ้าไม่เป็นอย่างนี้เราคาดไว้เราจะทำยังไง?? จะแก้ไขยังไง?? มองให้ไกล ศึกษาให้รอบด้านก่อนเทรด เพื่อกำจัดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นให้ได้ครบถ้วนมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้
++ ความประมาท ทนงตัว มักก่อให้เกิดความล้มเหลวได้ทุกเมื่อ ++
- While most others seem to believe that learning what we are taught is the path to success, I believe that figuring out for yourself what you want and how to get it is a better path.
กฎข้อที่ 2 -- "หาในสิ่งที่คุณต้องการ และศึกษาว่าทำยังไงให้ได้มันมา"
หลายคนคิดว่าสิ่งที่เราถูกสอนมาจะเป็นเส้นทางสู่ความสำเร็จ ทำอย่างนี้ซิ รับรองรวย คนนั้นเขาทำแบบนี้นะประสบความสำเร็จมากมาย -- แต่มีกี่คนที่มองเข้าไปในใจของตัวเอง เรียนรู้ตัวเอง เพื่อให้รู้ว่า จริงๆ เราต้องการอะไร เราชอบอะไร เราเก่งอะไร เราทำอะไรแล้วมีความสุข แล้วเมื่อพบแล้ว เจอความอยาก ความต้องการของตัวเอง step ต่อไปคือ จะทำยังไงละ ให้ได้มันมา อันนี้ละสำคัญ
++ ถ้าเราได้ทำในสิ่งที่เรารัก เราจะรู้สึกเหมือนไม่ได้ทำงานเลยสักวัน ++
- How much do you let what you wish to be true stand in the way of seeing what is really true?
กฎข้อที่ 3 -- "ฝันที่เป็นจริง" (อยากในสิ่งที่อยู่ในขอบเขตความสามารถ หรือว่าเป็นไปได้ที่จะทำให้เป็นจริงได้)
จริงอยู่คะ ที่เราควรฝันให้ใหญ่ ฝันให้ไกล ไปให้ถึง แต่บางครั้ง เราก็ควรศึกษาความเป็นไปได้ โอกาสที่มันจะเป็นด้วย ไม่อย่างนั้น ถ้าเราทำไม่ได้ ล้มเหลว ไม่ได้สักที อาจจะเกิดความท้อแท้ เลิกล้ม แต่ถ้าเราค่อยๆ เดิน ฝันทีละเล็ก ค่อยๆ ทำ เดินทีละขั้น หากเราไม่หยุดเดิน สุดท้ายเราก็จะยืนอยู่ในขั้นที่สูงในที่สุด
++ Success Succeed Success ++
ความสำเร็จจะนำไปสู่ความสำเร็จในขั้นต่อไป ขอเพียงเราไม่หยุดที่จะทำ
- How much do you worry about looking good relative to actually being good?
กฎข้อที่ 4 -- "สวยแต่รูปจูบก็หอม"
อย่ากังวลถึงรูปลักษณ์ภายนอก ทำให้ดีเป็นพอ
- The most important qualities for successfully diagnosing problems are logic, the ability to see multiple possibilities, and the willingness to touch people’s nerves to overcome the ego barriers that stand in the way of truth.
กฎข้อที่ 5 -- "มีเหตุมีผล มองเห็นความเป็นไปได้ที่หลากหลาย เข้าใจผู้อื่น"
สิ่งที่สำคัญที่จะทำให้เราเข้าใจถึงปัญหาได้คือ
1.มีเหตุมีผล มองมันตามความเป็นจริงอย่างมีตรรกะ ทำไมถึงเกิดสิ่งนี้ เพราะอะไร ทำไม
2.มองเห็นความเป็นไปได้ที่หลากหลาย คิดให้รอบด้าน
3.เข้าใจผู้อื่น เพื่อขจัดอัตตา หรือความคิดของตัวเองเป็นใหญ่ เพื่อให้เห็นตามความเป็นจริง
(อันนี้ไม่ค่อยแน่ใจนะคะ แต่รวมๆ ก็คือ ให้เรามองอย่างมีเหตุผลมากกว่าความรู้สึก เหมือนการเทรด ก็ควรมีเหตุผลทำไมถึงเข้าซื้อขายตรงนี้ มีความเป็นไปได้กี่ทางที่จะไปขึ้นหรือลง เพราะอะไร ขุดให้เห็นสาเหตของการขึ้นลงของราคา และสุดท้ายเข้าใจพฤติกรรมของคนเล่นคนอื่นๆ ว่า ทำไมเขาถึงเห็นแบบนี้ ทำไมคิด ทำแบบนี้ บางทีเราอาจจะได้เรียนรู้อะไรดีๆ จากคนเหล่านั้น)
- Know what you want and stick to it if you believe it’s right, even if others want to take you in another direction.
กฎข้อที่ 6 -- "เกาะติดกับความฝันของคุณให้เหนี่ยวแน่น อย่าได้แคร์คนอื่น"
ถ้าคุณคิดว่ามันใช่!! ทำ ทำ ทำ ในสิ่งที่คุณต้องการต่อไป อย่าได้แคร์ว่าคนอื่นจะมอง หรือคิดว่าอะไร
- Working for yourself, to come up with independent opinions, to stress-test them, to be wary about being overconfident, and to reflect on the consequences of your decisions and constantly improve.
กฎข้อที่ 7 -- "ทำเพื่อตัวเอง"
-เวลาทำงาน ควรทำเพื่อตัวเอง ทำในสื่งที่เราชอบ
-มีอิสระในความคิด
-รู้จักจำลองสถานการณ์ว่า หากผิดพลาด เราจะแก้ไขยังไง
-ไม่มั่นใจหรือทนงตัวมากเกินไป
-ติดตามผลจากสิ่งที่เราทำ สิ่งที่เราตัดสินใจ ว่ามันออกมาดีไม่ดีอย่างไง
-พัฒนาตัวเองอยู่เสมอ**
While most others seem to believe that mistakes are bad things, I believe mistakes are good things because I believe that most learning comes via making mistakes and reflecting on them.
กฎข้อที่ 8 -- "จงชอบความล้มเหลว"
เมื่อล้มเหลว อย่าเสียใจ อย่าท้อแท้ แต่จงดีใจที่เราจะได้เรียนรู้ และได้พัฒนาให้เราได้เก่งขึ้น ศึกษาสิ่งที่ล้มเหลว มองให้เห็นทำไมเราถึงทำผิดพลาด มีอะไรที่จะแก้ไขให้ดีขึ้นได้บ้าง เมื่อล้มแล้วลุกขึ้นมา เราก็จะสามารถก้าวขึ้นได้อีก step หนึ่ง
manter
🐂⚡️🥫ศึกสงครามเครื่องดื่มชูกำลัง ราคาหุ้น Coca Cola (Monster) และ KDP (Ghost) มีโอกาสปรับขึ้นมากแค่ไหนจากกำไรจากธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลัง ? ...
-
ยกตัวอย่างเช่นถ้ามูราคาที่แท้จริงของบริษัทอยู่ที่ 10 เหรียญต่อหุ้น ถ้าคุณตัดสินใจจ่าย 80 เหรียญเพื่อซื้อหุ้นบริษัทนี้ต้องเติบโต 15% ต่อปีตลอ...
-
ให้รายได้รวมของบริษัทเติบโต อย่างต่อเนื่องเป็น 2,558.84 ล้านบาทในปี 2559 จาก 1,792.03 ล้านบาทใน ปี 2558 คิดเป็นอัตราการเติบโตร้อยละ ...
-
9+ Ray Dalio Principles หลักการปฎิบัติของ Ray Dalio - I remained wary about being overconfident, and I figured out how to effectively deal w...