กำไรคาดหวัง (Expected Profit)
สมการของกำไรคาดหวัง : Expected profit = (probability x gain) – (probability x loss)
Probability คือ ความน่าจะเป็นที่จะเหตุการณ์ ในกรณีนี้คือโอกาสที่จะได้กำไรหรือขาดทุน
Gain คือ ถ้าได้กำไรจากวางเงินเดิมพันครั้งนี้จะได้เท่าไร กี่เปอร์เซนต์ของเงินเดิมพัน
Loss คือ ถ้าขาดทุนจากการวางเงินเดิมพันครั้งนี้จะเสียเท่าไร กี่เปอร์เซ็นต์ของเงินเดิมพัน
กำไรคาดหวัง คือผลรวมของกำไรหรือขาดทุนที่ได้จากทุกเหตุการณ์ที่น่าจะเกิดขึ้นทั้งหมด ถ้าเป็นบวกแสดงว่ามีโอกาสได้กำไรมากกว่าขาดทุน ถ้าเป็นลบแสดงว่ามีโอกาสขาดทุนมากกว่าได้กำไร โดยจะเห็นผลชัดเจนยิ่งขึ้นในระยะยาวที่มีการเดิมพันซ้ำหลายรอบ
ยกตัวอย่างการทอยเหรียญ – กำหนดให้การทอยเหรียญถ้าออกหัวได้เงิน 2 บาทต่อเงินเดิมพัน 1 บาท (ได้ 2 เท่า) แต่ถ้าออกก้อยเสียเงิน 1 บาทต่อเงินเดิมพัน 1 บาท (เสียหมดเลย) โดยความน่าจะเป็นที่จะออกหัวหรือก้อยเท่ากันคือ 50:50 การทอยเหรียญครั้งนี้จะมีค่ากำไรคาดหวังเป็นบวก ผมจะแสดงวิธีคิดให้ดูนะครับ
กำไรคาดหวัง = (2 x 0.5) – (1 x 0.5) = 0.5 บาทต่อเงินเดิมพัน 1 บาท คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ต่อเงินเดิมพันได้ +50 เปอร์เซ็นต์ต่อเงินลงทุน จัดว่าการทอยเหรียญนี้เป็นการเดิมพันที่น่าลงทุนมาก (สังเกตุนะครับ...ผมใช้คำว่าลงทุน)
ถึงตรงนี้หลายคนจะมองว่า...ถึงกำไรคาดหวังเป็นบวกแต่ยังมีความเสี่ยงที่จะเสียเงินทั้งหมดอยู่ดี เช่น ถ้าเรามีเงิน 10 บาท แล้วลงเงินเดิมพันทั้งหมด 10 บาทในครั้งเดียว โอกาสที่เราจะสูญเงินทั้งหมดที่มีสูงถึง 50 เปอร์เซ็นต์
เพราะอะไรการเดิมพันที่กำไรคาดหวังเป็นบวกถึงเป็นการลงทุนครับ...ผมจะยกตัวอย่าง 2 ตัวอย่างนะครับ
กรณีที่ 1 เรามีเงิน 10 บาทแล้วเราลงเงินเดิมพันทีละ1 บาท 10 กองพร้อมกัน
- โอกาสที่เราจะสูญเสียเงินทั้งหมดในการเดิมพันแบบนี้ = 0.5 ยกกำลัง 10 = 0.000976 ขอปัดเศษเป็นตัวเลขกลมๆ = 0.001 นั่นคือโอกาสสูญเสียเงินทั้งหมดมีแค่น้อยกว่า 1 ในพัน ซี่งนับว่าน้อยมาก
- โอกาสที่น่าจะเกิดมากกว่าคือ ออกหัว 5 เหรียญและออกก้อย 5 เหรียญ (เพราะความน่าจะเป็น 50 : 50 อาจจะมีหัวหรือก้อยมากกว่านิดหน่อย) เราจะได้ผลลัพธ์ดังนี้ = (5 x 2) – (1 x 5) = 5 บาทต่อเงินเดิมพัน 10 บาทที่แบ่งเป็น 10 กองแล้วเดิมพันพร้อมกัน คิดเป็นผลตอบแทน 50 เปอร์เซ็นต์ต่อเงินเดิมพัน จะเห็นได้ว่าแม้ว่าโอกาส 50 : 50 แต่ด้วยกำไรคาดหวังที่เป็นบวกเราจะยังได้กำไรอยู่ดี
- โอกาสที่เลวร้ายที่น่าจะพอเกิดขึ้นได้แต่ไม่มากคือ ออกหัว 3 เหรียญและออกก้อย 7 เหรียญ ลองมาคิดผลตอบแทนกรณีนี้ดูนะครับ = (3 x 2) – (7 x 1) = -1 นั่นคือเสีย 1 บาทต่อเงินเดิมพัน 10 บาท คิดเป็นขาดทุน 10 เปอร์เซ็นต์ต่อเงินเดิมพัน จะเห็นได้ว่าเหตุการณ์จะต้องไม่ปกติถึงเราจะขาดทุน และการขาดทุนนั้นจะไม่มากจนกระทั่งเราหมดตัว
กรณีที่ 1 สรุปว่า...เราใช้การแบ่งเงินเดิมพันเป็นหลายกอง ยิ่งหลายกองโอกาสหมดตัวยิ่งน้อยลง จากการที่เรากระจายความเสี่ยงแบบแบ่งกองในการเดิมพัน และยิ่งกองจำนวนมากเท่าไร สัดส่วนหน้าเหรียญที่ออกจะใกล้เคียงกับความน่าจะเป็นของผลการทอยเหรียญเท่านั้น
กรณีที่ 2 เรามีเงิน 10 บาทแล้วลงเงินเดิมพันทีละ1 บาทต่อครั้ง
- โอกาสที่เราจะสูญเสียเงินทั้งหมดในการเดิมพันแบบนี้ = 0.5 ยกกำลัง 10 ...นั่นคือโอกาสสูญเสียเงินทั้งหมดมีแค่น้อยกว่า 1 ในพัน ซี่งนับว่าน้อยมาก (วิธีคิดจะเหมือนตัวอย่างข้างบนครับ) นั่นคือต้องออกก้อย 10 ตารวด
- โอกาสที่น่าจะเกิดมากกว่าคือ ออกหัว 5 เหรียญและออกก้อย 5 เหรียญ แต่ลำดับผลลัพธ์และรูปแบบจะแตกต่างกันไปเนื่องจากทอยทีละเหรียญ เหตุการณ์แต่ละเหตุการณ์จะเป็นอิสระต่อกัน (เพราะความน่าจะเป็น 50 : 50 อาจจะมีหัวหรือก้อยมากกว่านิดหน่อย) เราจะได้ผลลัพธ์ดังนี้ = (5 x 2) – (1 x 5) = 5 บาทต่อเงินเดิมพัน 10 บาทที่แบ่งเป็น 10 กองแล้วเดิมพันพร้อมกัน คิดเป็นผลตอบแทน 50 เปอร์เซ็นต์ต่ดเงินเดิมพัน จะเห็นได้ว่าแม้ว่าโอกาส 50 : 50 แต่ด้วยกำไรคาดหวังที่เป็นบวกเราจะยังได้กำไรอยู่ดี
กรณีที่ 2 สรุปว่า...เราใช้การแบ่งเงินเดิมพัน ลงเดิมพันทีละกองแต่ทยอยลงหลายครั้ง ยิ่งเดิมพันหลายครั้งยิ่งโอกาสหมดตัวยิ่งน้อยลง จากการที่เรากระจายความเสี่ยงแบบค่อยๆทยอยลงเงินในการเดิมพัน และยิ่งจำนวนครั้งของการเดิมพันมากเท่าไร สัดส่วนหน้าเหรียญที่ออกจะใกล้เคียงกับความน่าจะเป็นของผลการทอยเหรียญเท่านั้น
ทั้ง 2 กรณีเป็นการยกตัวอย่างในการบริหารหน้าตักเงินทุนเพื่อลดความเสี่ยงจากการเดิมพันเงินทั้งหมดเพียงครั้งเดียว
แม้ว่าการลงเงินเดิมพันทั้งหมด 10 บาทจะมีโอกาสที่เราจะหมดตัว 50 เปอร์เซ็นต์ก็ตาม แต่ด้วยกำไรคาดหวังที่เป็นบวกและการบริหารจัดการหน้าตักที่ดี (Money Management) การทอยเหรียญนี้จะเป็น “การลงทุน”
Saturday, December 19, 2015
Subscribe to:
Post Comments (Atom)
manter
🐂⚡️🥫ศึกสงครามเครื่องดื่มชูกำลัง ราคาหุ้น Coca Cola (Monster) และ KDP (Ghost) มีโอกาสปรับขึ้นมากแค่ไหนจากกำไรจากธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลัง ? ...
-
ยกตัวอย่างเช่นถ้ามูราคาที่แท้จริงของบริษัทอยู่ที่ 10 เหรียญต่อหุ้น ถ้าคุณตัดสินใจจ่าย 80 เหรียญเพื่อซื้อหุ้นบริษัทนี้ต้องเติบโต 15% ต่อปีตลอ...
-
ให้รายได้รวมของบริษัทเติบโต อย่างต่อเนื่องเป็น 2,558.84 ล้านบาทในปี 2559 จาก 1,792.03 ล้านบาทใน ปี 2558 คิดเป็นอัตราการเติบโตร้อยละ ...
-
9+ Ray Dalio Principles หลักการปฎิบัติของ Ray Dalio - I remained wary about being overconfident, and I figured out how to effectively deal w...
No comments:
Post a Comment