Wednesday, January 13, 2016

เมื่อลองเอางบq3คูณสี่ จะได้กำไรเกือบๆ100ล้านบาท ซึ่งหมายความว่าPEสี่ไตรมาสข้างหน้ามีโอกาสเหลือ4เท่ากว่าๆเมื่อเทียบกับราคาหุ้น2.76 ณ.วันนี้ครับ 

น ส่วนผลประกอบการในปี 59 นี้ โบรกเกอร์ส่วนใหญ่ให้กำไรระดับ 2.3 พันล้านบาท หรือ EPS ราว 1.4 บาท ซึ่งถ้าเรา conservative ที่ค่า PE เพียง 10 เท่า จะมีเป้าราคาขั้นต่ำคือ 14 บาทเข้าไปแล้ว จัดว่าราคาหุ้นตอนนี้ bottom มากๆ อ่ะ


ข้อ 3.ต้องมี PEG ratio น้อยกว่า 1 เท่า คือการเทียบค่า P/E ratio กับการเจริญเติบโตของกำไรสุทธิ (Growth) หาโดยเอาค่า P/E ratio ตั้งหารด้วยเปอร์เซ็นต์การเจริญเติบโตนั้น บริษัทใดที่ราคาหุ้นต่ำจะน่าซื้อ ถ้าค่า PEG ratio เกิน 1 แสดงว่าราคาหุ้นสูงเกินไป

สงสัยว่ากำไรของNBCไตรมาส3= 0.20
แต่กำไรของ 2 ไตรมาสแรกแค่ 0.14 เอง
ทำไมพี่นริศถึงประมาณว่ากำไรข้างหน้าน่าจะเป็น 0.2x4อะคับ

นับถือพี่นริศมากครับ :bow: 
ตามอ่านแล้วได้ความรู้จริงๆครับ :D


พี่ไม่ได้ว่า0.2นะ แต่พี่ว่ากำไรq3 มันไม่เท่ากันนะ เพราะหุ้นถูกไดรูทไม่เหมือนกัน (ในq3มีกำไร23.9ล้านบาท ถ้าหาร170ล้านหุ้นก็ได้0.1406บาทต่อหุ้น ได้ปีละ0.562 PE ณ.ตอนนี้ก็4กว่าๆ และที่ประมาณการเท่านั้นเพราะสมมุติว่าถ้ารายได้ไม่เพิ่มเลย แต่ถ้าอนาคตมีการเปลี่ยนผังก็มีความเสี่ยงหรือถ้ามีรายการได้เพิ่มก็ถือว่ากำไรจะเพิ่ม ซึ่งพี่เดาว่า


.กระจายสี่กลุ่มอุตสาหกรรม จากที่พี่มีข้อมูลวิกฤตของโลก5ครั้งที่ผ่านมา ใครกระทบก่อน ใครไม่กระทบ ใครกระทบทีหลัง 
วิธีการประเมิณมูลค่าแบบที่พี่ชงล่าให้ฟังว่าเป็นแบบที่ ถ้ามีคู่แข่งอยากจะมาแข่งขัน คู่แข่งจะต้องใช้เงินลงทุนสร้างธุรกิจนี้มากน้อยเพียงใด เราจะมีวิธีการประมาณการเงินลงทุนในการสร้างธรุกิจได้อย่างไรครับ เพราะเคยสอบถามพีชงเรื่อง AHC พี่ชงก็เคยบอกวิธีคิดลักษณะเดียวกันว่า หากจะสร้างโรงพยาบาลแบบนี้จะต้องใช้เงินลงทุน 2 สาขา ราวราว 1200-1400 ล้านบาท เราจะมีวิธีการอย่างไรที่จะสามารถประมาณการลงทุนสร้างธรุกิจได้อย่างไรจึงจะใกล้เคียงครับ

ส่วนTEAMตัวนี้พี่ก็พลาดขาดทุนไปพอสมควร เพราะความที่พี่ไม่รู้จักจุดตายของธุรกิจประเภทนี้ดีจริง เขาทำธุรกิจOEM ผลิตแผ่นPCBA และ รับจ้างประกอบในกับผู้สั่ง 

ในอดีต หุ้นตัวนี้ค่อนข้างมหัศจรรย์กับการทำกำไรให้กับผู้ถือหุ้น(ROE)สูงมาก ติดต่อกันนาน3-4ปี และมีข่าวการขยายโรงงานใหม่เพื่อที่จะรองรับออร์เดอร์ในอนาคตอีกต่างหาก ช่วงนั้นนี่ฝันหวานเลยครับ 

แต่จุดตายที่พี่ไม่เคยคิดถึงธุรกิจOEMคือ อำนาจการต่อรอง และการพึ่งพาลูกค้ารายใหญ่ ส่วนมากธุรกิจในกลุ่มนี้โดยเฉพาะบริษัทเล็กๆ จะมีลูกค้าไม่กี่ราย หรือมีรายใหญ่ๆที่กุมหัวใจอยู่ 

และฝันร้ายในตอนนั้นคือ มีการเทคและควบรวมบริษัทที่ต่างประเทศ ลูกค้าของTEAMได้ไปอยู่กับอีกราย ประจวบกับออร์เดอร์ลูกค้ารายใหญ่หายไปหนึ่งราย(ไม่ทราบด้วยสาเหตุใด) จึงทำให้รายได้ในปีถัดหายไปเกือบครึ่ง ในเมื่อสินค้าในกลุ่มโรงงานจะมีfixed costเป็นหลัก ทำให้แทบจะขาดทุนทีเดียว 

TEAMถ้าจะสนใจก็น่าจะเกี่ยวกับผู้บริหารใหม่ที่เป็นฝรั่ง ที่เขาว่าเก่งสามารถหาออร์เดอร์เก่งกว่าทีมงานเดิม เพราะอยู่ในวงการนี้มานาน และคุยภาษาเดียวกัน แต่ก็อย่าไปเชื่อทั้งหมดนะครับ 



ตัวนี้จะเป็นตัวบอกว่าส่วนทุนที่เยอะๆนั้นมาจากกำไรในอดีตที่หามาได้ หรือ มาจากการเพิ่มทุนระดมทุนครับ เช่นบางบริษัทส่วนทุนเป็นบวกและมีเงินสดในมือ ก็ไม่ได้หมายความว่าที่ผ่านมามีกำไรนะครับ ลองไปดูในTRUEเป็นต้นครับ ตามงบq2มีเงินสดและเทียบเท่า6800ล้านบาท ส่วนทุน10000ล้าน แต่ในส่วนของกำไร(ขาดทุน)สะสม ติดลบอยู่46000ล้านบาทครับ 


ขอบคุณพี่นริศมากครับ  ผมมีข้อสงสัยเพิ่มดังนี้ครับ 




1. แล้วเราจะรู้ได้ไงว่า กำไรสะสมที่ไม่จัดสรรที่แสดงเป็นกำไรจากอดีตหรือเพิ่มทุนครับ และ 

2 มีข้อดีข้อเสียอย่างไรครับพี่ ถ้าส่วนเพิ่มทุนเยอะครับ 

3.ผมเข้าใจถกไหมครับ  สมมุติปีที่แล้ว มีกำไรที่ยังไม่ได้จัดสรร 10000 ล้าน 
ถ้าปีนี้กำไรสุทธิ 1000 ล้าน  จ่ายปันผล 100 ล้าน ซื้อหุ้นคืน 100 ล้าน ลงทุน 500 ล้าน เหลือ 1000-100-100-500=300 ล้าน แล้วเอา ไปรวมกับ 10000 ล้านที่สะสมมา เป็น 10300 ล้าน  แล้วส่วนที่เป็นเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด สมมุติปีที่แล้ว มี 800  ล้าน พอมาปีนี้จะเอา 300 ล้านที่เหลือ ไปบวกรึป่าวครับ และอาจจะมี แล้วพวกตราสารต่างๆ มันมาจาก ส่วนไหนครับ เอาเฉพาะของปีนี้นะครับ  ขอบคุณครับ


ข้างต้นใช้ได้กับกรณีเหมือนเราๆ ท่านๆ ที่ไปซื้อหุ้น รายการถือเป็นเงินลงทุนทั่วไป (investment) เท่านั้น

แต่ JAMART ถือหุ้น SINGER เกิน 20% แล้ว วิธีข้างต้นใช้ไม่ได้ แต่ต้องเอางบคิดครับ เพราะเข้าข่ายบริษัทย่อย
(ปกติ คิด threshold แต่ละระดับ มี 3 ขั้น <20%=เงินลงทุนทั่วไป, 20%-50%=บริษัทย่อย, >50% = บริษัทร่วม)
เพราะการเข้าไปถือหุ้นลงทุนเยอะๆ ล้ำลึกไปกว่า การแค่ซื้อหุ้นมาแล้วรอขายเอากำไรส่วนต่างหรือขาดทุนส่วนต่างเท่านั้น

24.99% ต้องเอากำไร-ขาดทุนและปันผล ของบริษัทย่อยมาคิด แบบที่เรียกว่า equity method วิธีส่วนได้เสีย
คือคิดตามสัดส่วนได้เสียเป็น % ที่เข้าไปถือหุ้น
SINGER ถึงจะกำไรลดลง แต่ก็ไม่ใช่ขาดทุน และถ้าปันผล เงินสดก็เอามาหักออกจากเงินที่ลงทุนไปในบริษัทร่วมได้

_________________
มีกระแสน้ำสายหนึ่งในกิจกรรมของคน ซึ่งเมื่อมันไหลบ่าท่วมท้น จะนำไปสู่ความมั่งคั่งมหาศาล :Philip 

A. Fisher 


ถามพี่นริศเรื่องของสวยของงามหน่อย
มี pranda ,sawang ,GFM อันนี้ เครื่องประดับเงิน ทอง และ แพตตินั่ม
thl ทำเหมืองทอง
และ ตัวล่าสุด JUBILE ทำการขายเพชร และเครื่องประดับที่เป็นเพชร

พี่คิดว่าหุ้นกลุ่มนี้ เป็นหุ้นที่ตามวัฏจักรหรือเปล่าครับ

แล้ว หุ้นกลุ่มนี้พี่คิดว่ามีศักยภาพสู้คู่แข่งที่เป็นต่างชาติได้หรือเปล่าครับ
:)


ตามความเข้าใจของพี่..การที่เราจะแยกว่าหุ้นตัวไหนเป็นวัฎจักรหรือเปล่าและบริษัทมีความอ่อนไหวต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์มากน้อยแค่ไหนคงดูจากสองสิ่งครับ 
1.ความแปรปรวนทางด้านต้นทุนวัตถุดิบ หลายๆบริษัทมีความแปรปรวนทางด้านวัตถุดิบมากๆเพราะต้นทุนหลักๆเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ เช่นTF PB TWFP KASET ได้ใช้วัตถุดิบหลักๆคือสินค้าเกษตร 
2.ความแปรปรวนทางด้านราคาขาย หลายๆบริษัทมีความแปรปรวนทางด้านราคาขายมากน้อยต่างกันจาก "ความพึงพอใจ และ อำนาจการต่อรอง"ของลูกค้าที่แตกต่างกัน เช่นTF PB TWFP KASET ก็มีGPMและความสามารถในการปรับราคาที่ช้าเร็วต่างกัน 

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นตามหลักการบันทึกบัญชีมีหลากหลายรูปแบบในการบัญทึกทำให้เราไม่สามารถเปรียบเทียบแต่ละบริษัทได้โดยตรง เช่นบางบริษัทอาจจะมีสต๊อกมากน้อยหรือป้องกันความเสี่ยงทางวัตถุดิบไว้สั้นยาวแตกต่างกัน 

แต่เรามีจุดที่เราสามารถดูง่ายๆได้ว่าบ.ที่เราจะลงทุนเป็นหุ้นประเภทไหนจากผลที่เกิดขึ้นในอดีตที่ผ่านมา ถ้าในระยะ10-20ปีที่ผ่านมา บริษัทไหนมีความสม่ำเสมอของGPMไม่แปรปรวนมาก ก็สามารถบ่งบอกได้ว่าบ.นั้นๆไม่ใช่หุ้นวัฎจักร แต่ถ้าสามารถกำไรได้เพิ่มเป็นเท่าทั้งๆที่ยอดขายเพิ่ม20%หรือสามารถขาดทุนได้โดยยอดขายแทบไม่ลดเลย สิ่งเหล่านี้ก็บ่งบอกได้ค่อนข้างชัดเจนว่าเรากำลังเล่นกับอะไรอยู่ 

พี่ไม่รู้ว่าคำว่าต่างชาติของพี่มิ.ครอบคลุมไปในสิ่งไหนอย่างไร....พี่ขอพูดถึงจุดแข็งที่คนไทยไม่เป็นรองใครดีกว่านะครับ

_________________

No comments:

Post a Comment

manter

🐂⚡️🥫ศึกสงครามเครื่องดื่มชูกำลัง ราคาหุ้น Coca Cola (Monster) และ KDP (Ghost) มีโอกาสปรับขึ้นมากแค่ไหนจากกำไรจากธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลัง ? ...